<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>People &#8211; กลุ่มใบไม้</title>
	<atom:link href="https://baimai.org/category/people/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://baimai.org</link>
	<description>ค่ายสิ่งแวดล้อม ค่ายเยาวชน อนุรักษ์ธรรมชาติ Nature Game</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 Jun 2024 14:31:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/fav.png</url>
	<title>People &#8211; กลุ่มใบไม้</title>
	<link>https://baimai.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ใจเขา(สัตว์) ใจเรา…การล่า ความกลัว และอารมณ์โศกเศร้าหลังการตายของสัตว์ป่า</title>
		<link>https://baimai.org/people/black-panther-thungyai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[We are Baimai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Feb 2018 14:17:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://baimai.org/?p=865</guid>

					<description><![CDATA[เหตุการณ์เสือดำถูกยิงตายที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ไม่กี่วันที่ผ่านมา กระแสสังคมต่างรู้สึกสูญเสีย จากความตายของเสือดำตัวหนึ่ง บางท่านสื่อสารออกมาเป็นถ้อยคำ บ้างสื่อสารเป็นบทกวี และบางคนลงฝีแปรงวาดความเศร้า ไว้อาลัยแด่เพื่อนต่างสายพันธุ์ ชุมชนมนุษย์กลุ่มหนึ่ง กำลังจัดพิธีไว้อาลัยแก่เสือดำทุ่งใหญ่ฯที่จากไปคล้ายกับการไว้อาลัยข้ามสปีซีย์ เกิดอะไรขึ้นกับสัตว์ป่าที่ยังมีชีวิต หลังความตายของสายพันธุ์เดียวกัน… หากสัตว์ชนิดนั้นรับรู้ได้ถึงความเสี่ยงจากการล่าของมนุษย์ สมาชิกที่เหลือเลือกที่จะหลีกเลี่ยงใช้เส้นทางนั้นในการหากิน หรือหลักในทางพฤติกรรมสัตว์ได้บ่งชี้ว่าสัตว์นั้นเกิด “ความกลัว” จากงานวิจัยของ เคส์และคณะ [1] ได้ทำการเปรียบเทียบพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ในพื้นที่ไม่อนุญาตให้ล่าสัตว์และพื้นที่อนุญาตให้ล่าแต่จัดการอย่างเข้มงวดโดยรัฐ คณะวิจัยติดกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าทั้งหมด 1,947 แห่ง ใน 32 อุทยานแห่งชาติของอเมริกา พบว่าสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ เช่น หมีดำ (American Black Bear) และ บอบแคต (Bobcat) หลีกเลี่ยงใช้เส้นทางเดินป่าที่มีคนผ่านและพบเจอร่องรอยได้น้อยมากในพื้นที่ที่มีการเปิดให้ล่าสัตว์เมื่อเทียบกับพื้นที่ไม่อนุญาตให้ล่าสัตว์ นอกจากหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกับมนุษย์แล้ว  แค่ได้ยินเสียงสัตว์ป่าบางชนิดก็เผ่นหนีอย่างรวดเร็วในรัฐแคลิฟอร์เนีย  นักวิจัยทดลองเปิดเสียงกบและเสียงมนุษย์ให้เสือพูม่า (Puma) ได้ยินขณะผ่านมากินเหยื่อบริเวณที่เสือพูม่าล่าทิ้งไว้ [2] เมื่อได้ยินเสียงกบร้องเสือพูม่ายังกินเหยื่ออย่างสบายใจแต่เมื่อเปลี่ยนเป็นเสียงคนคุยกัน  มากกว่า 80% ของเคสที่ทดลอง เสือพูม่ากระโดดหนีทิ้งเหยื่อทันทีหายไปในความมืด มีตัวที่กลับมากินซาก แต่ก็ใช้เวลาลดลง นั่นหมายถึงปริมาณการกินที่ลดลงด้วยหากถูกคนรบกวน (คลิปเสือพูม่ากระโจนหนี เมื่อได้ยินเสียงมนุษย์คุยกัน) รัฐแคลิฟอร์เนียมีประวัติศาสตร์การเปิดให้ล่าเสือพูม่ามายาวนานในต้นทศวรรษที่ 1940 ก่อนพึ่งประกาศคุ้มครองช่วงปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เหตุการณ์เสือดำถูกยิงตายที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ไม่กี่วันที่ผ่านมา กระแสสังคมต่างรู้สึกสูญเสีย จากความตายของเสือดำตัวหนึ่ง บางท่านสื่อสารออกมาเป็นถ้อยคำ บ้างสื่อสารเป็นบทกวี และบางคนลงฝีแปรงวาดความเศร้า ไว้อาลัยแด่เพื่อนต่างสายพันธุ์ ชุมชนมนุษย์กลุ่มหนึ่ง กำลังจัดพิธีไว้อาลัยแก่เสือดำทุ่งใหญ่ฯที่จากไปคล้ายกับการไว้อาลัยข้ามสปีซีย์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-866" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-1.jpg" alt="" width="2048" height="1355" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-1.jpg 2048w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-1-300x198.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-1-1024x678.jpg 1024w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-1-768x508.jpg 768w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-1-1536x1016.jpg 1536w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<h4>เกิดอะไรขึ้นกับสัตว์ป่าที่ยังมีชีวิต หลังความตายของสายพันธุ์เดียวกัน…</h4>
<p>หากสัตว์ชนิดนั้นรับรู้ได้ถึงความเสี่ยงจากการล่าของมนุษย์ สมาชิกที่เหลือเลือกที่จะหลีกเลี่ยงใช้เส้นทางนั้นในการหากิน หรือหลักในทางพฤติกรรมสัตว์ได้บ่งชี้ว่าสัตว์นั้นเกิด “ความกลัว”</p>
<p>จากงานวิจัยของ เคส์และคณะ [1] ได้ทำการเปรียบเทียบพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ในพื้นที่ไม่อนุญาตให้ล่าสัตว์และพื้นที่อนุญาตให้ล่าแต่จัดการอย่างเข้มงวดโดยรัฐ คณะวิจัยติดกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าทั้งหมด 1,947 แห่ง ใน 32 อุทยานแห่งชาติของอเมริกา พบว่าสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ เช่น <strong>หมีดำ (American Black Bear)</strong> และ <strong>บอบแคต (Bobcat)</strong> หลีกเลี่ยงใช้เส้นทางเดินป่าที่มีคนผ่านและพบเจอร่องรอยได้น้อยมากในพื้นที่ที่มีการเปิดให้ล่าสัตว์เมื่อเทียบกับพื้นที่ไม่อนุญาตให้ล่าสัตว์</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-867" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-2.jpg" alt="" width="768" height="556" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-2.jpg 768w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-2-300x217.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p>นอกจากหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกับมนุษย์แล้ว  แค่ได้ยินเสียงสัตว์ป่าบางชนิดก็เผ่นหนีอย่างรวดเร็วในรัฐแคลิฟอร์เนีย  นักวิจัยทดลองเปิดเสียงกบและเสียงมนุษย์ให้<strong>เสือพูม่า (Puma)</strong> ได้ยินขณะผ่านมากินเหยื่อบริเวณที่เสือพูม่าล่าทิ้งไว้ [2] เมื่อได้ยินเสียงกบร้องเสือพูม่ายังกินเหยื่ออย่างสบายใจแต่เมื่อเปลี่ยนเป็นเสียงคนคุยกัน  มากกว่า 80% ของเคสที่ทดลอง เสือพูม่ากระโดดหนีทิ้งเหยื่อทันทีหายไปในความมืด มีตัวที่กลับมากินซาก แต่ก็ใช้เวลาลดลง นั่นหมายถึงปริมาณการกินที่ลดลงด้วยหากถูกคนรบกวน</p>
<p><strong>(คลิปเสือพูม่ากระโจนหนี เมื่อได้ยินเสียงมนุษย์คุยกัน)</strong></p>
<p><iframe title="Listen: Cougars Are Terrified of Human Chatter | National Geographic" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/YsjfnguQo4U?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>รัฐแคลิฟอร์เนียมีประวัติศาสตร์การเปิดให้ล่าเสือพูม่ามายาวนานในต้นทศวรรษที่ 1940 ก่อนพึ่งประกาศคุ้มครองช่วงปี 1990 แต่ปัจจุบันเสือพูม่าก็ยังได้รับผลกระทบจากมนุษย์ ความกลัวเช่นนี้ไม่เป็นผลดีนัก เพราะอาจทำให้เสือพูม่าต้องเสียพลังงานหากถูกรบกวนขณะกินเหยื่อ และเสืออาจไม่กล้าโยกย้ายถิ่นระหว่างหย่อมป่าที่มีชุมชนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสถานภาพของเสือพูม่าในอนาคต</p>
<p>ตะกอนตกค้างจากการล่าคือความกลัว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีหลังสัตว์ป่าตาย สมาชิกที่เหลือโศกเศร้า คล้ายกับคนเรา เพียงแต่ต่างรูปแบบออกไป และมีพฤติกรรมคล้ายการไว้อาลัย (Mourning ritual)  ซึ่งสื่อออกมาในรูปแบบของอารมณ์ มากกว่าสื่อในเชิงสัญลักษณ์ที่มนุษย์กระทำกัน</p>
<p>ตัวอย่างในกรณีของ<strong>ชิมแปนซี  (Chimpanzee)</strong> เมื่อเพื่อนสมาชิกในฝูงตาย บางตัวไม่ยอมกินอะไรเลยหลายวัน  นิ่งเงียบ มีกิจกรรมน้อยลง [3] สมาชิกในฝูงจะมารวมตัว นั่งนิ่งชิดติดกัน สำรวจจับใบหน้า ใช้เศษหญ้าลูบไล้ร่างกายชิมแปนซีที่ตาย ส่งเสียงไอ คล้ายกับการร้องไห้ในมนุษย์ ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์สังเกตพบ ชิมแปนซีช่วยทำความสะอาดฟันให้กับชิมแปนซีที่ตายแล้ว ซึ่งนี่อาจใกล้เคียงกับการไว้อาลัยในมนุษย์ [4,5]</p>
<p><strong>( คลิปชิมแปนซีใช้เครื่องมือทำความสะอาดฟันศพ )</strong></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-868" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-3.jpg" alt="" width="600" height="453" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-3.jpg 600w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-3-300x227.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>กรณีเมื่อลูกชิมแปนซีตาย แม่บางตัวมีพฤติกรรมที่ยากจะอธิบาย คือการแบกศพลูกติดตัวไปด้วยเป็นเวลาหลายวัน เช่นแม่ชิมแปนซีชื่อ จิเร่ (Jire) ในป่าประเทศกินี (Guinée) ลูกชื่อ จิมาโต้ (Jimato) ป่วยตายด้วยโรคทางเดินหายใจ นักวิจัยพบว่า จิเร่แบกลูกของตนเองนานกว่า 63 วัน กว่าจะยอมปล่อยลูกของตนเองไป [6]</p>
<p>ใช่ว่าพฤติกรรมที่คล้ายความโศกเศร้า จะจำกัดอยู่ในญาติที่ใกล้ชิดเราที่สุดอย่างชิมแปนซี แต่ในช้าง หมา แม้กระทั่งนกก็มีพฤติกรรมที่เต็มไปด้วยอารมณ์เช่นนี้ หลังเพื่อนหรือสมาชิกในฝูงตายลง หากช้างแอฟริกาพบซากกระดูกช้างด้วยกัน พวกเขาจะหยุดนิ่ง แตะสัมผัส [7] บางฝูงมีพฤติกรรมกลับไปที่ซากศพของครอบครัวตน พร้อมกับยืนนิ่งอยู่เฉยๆ ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมปรกติที่ช้างจะยืนนิ่งพร้อมกันเป็นเวลานาน [8]</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-869" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-4-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1430" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-4-scaled.jpg 2560w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-4-300x168.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-4-1024x572.jpg 1024w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-4-768x429.jpg 768w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-4-1536x858.jpg 1536w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/14-4-2048x1144.jpg 2048w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<blockquote><p>ซุปหางเสือดำที่ต้มในป่าทุ่งใหญ่ตะวันตกคืนนั้น อาจได้มาด้วยความสนุก ลิ้มซึ่งอำนาจในตน แต่คนอีกไม่นับต่างโศก คนทำงานปกปักล้วนเศร้า  สัตว์ป่ามีความกลัว ความเศร้าโศกที่อาจต่างออกไปจากมนุษย์ แต่ทุกชีวิตล้วนรู้สึกถึงความกลัว ความเจ็บปวด และมีสายใยผูกพันลึกซึ้งทางสังคม</p></blockquote>
<p>ข้อเท็จจริงเรื่องใจสัตว์ที่ยกมา คล้ายเป็นความเศร้าและพฤติกรรมที่มีรูปแบบโบราณ ไม่ซับซ้อนเช่นมนุษย์ แต่ก็บอกใบ้ถึงความเชื่อมโยง ณ จุดใดจุดหนึ่งของการคัดสรรตามธรรมชาติ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เราเป็นสิ่งมีชีวิตในรูปแบบหนึ่งที่วิ่งวนผ่านกัน เป็นพี่น้องกัน? เมื่อครั้งโลกยังร้อน หรือหนาวเย็นกว่านี้ แม้เราจะยังหยุดเป็นผู้ล่าสูงสุดไม่ได้ แต่การหยุดคร่าเพื่อนร่วมโลกเพียงเพื่อความสนุก เห็นว่าเพื่อนสัตว์มีสิทธิ์ในการดำรงอยู่ ก็น่าจะทำให้ชุมชนมนุษย์ขัดเกลาตนเอง มองโลกอย่างเห็นใจ เพราะโลกของลูกหลานมนุษย์ และลูกหลานสัตว์ป่า อาจต้องการความเห็นใจเขา เห็น..ใจเรา เพื่อความอยู่รอด เพื่อความสมดุล มากกว่าในยุคของเราก็เป็นได้…</p>
<p><strong>( ภาพ : Prakasit Chancharas , Chorkung , Current Biology/Dora Biro [6] ,เดินเท้า1 / WildWalker1  )</strong></p>
<p><strong>อ้างอิง </strong><strong>(References)</strong></p>
<p>[1] Kays, R., Parsons1, A. W., Baker, M. C., Kalies, E. L., Forrester, T., Costello, R., Rota, C. T., Millspaugh, J. J. and McShea, W. J. 2016. Does hunting or hiking affect wildlife communities in protected areas? <em>Journal of Applied Ecology</em>.  doi: 10.1111/1365-2664.12700.</p>
<p>[2] Smith, J. A., Suraci, J. P., Clinchy, M., Crawford, A., Roberts, D., Zanette, L. Y. and Wilmers, C. C. 2017. Fear of the human ‘super predator’ reduces feeding time in large carnivores. <em>Proceeding of Royal Society B</em>. 284: 20170433, <a href="http://dx.doi.org/10.1098/rspb.2017.0433" target="_blank" rel="noopener">http://dx.doi.org/10.1098/rspb.2017.0433</a>.</p>
<p>[3] Osterath, S. 2016. <em>Do animals mourn their dead?</em> http://www.dw.com/en/do-animals-mourn-their-dead/a-19564029 (accessed; 9 Feb 2018).</p>
<p>[4] Cronin, K. A., van Leeuwen, E. J. C., Mulenga, I. C. and Bodamer, M D. 2011. Behavioral response of a chimpanzee mother toward her dead infant. <em>American Journal of Primatology</em>. doi: 10.1002/ajp.20927.</p>
<p>[5] van Leeuwen, E. J. C, Cronin, K. A. and Haun, D. B. M. 2017. Tool use for corpse cleaning in chimpanzees. <em>Nature: Scientific Reports</em>. 7: 44091, doi:10.1038/srep44091</p>
<p>[6] Biro, D.,  Humle, T.,  Koops, K.,  Sousa, C., Hayashi, M. and  Matsuzawa, T. 2010. Chimpanzee mothers at Bossou, Guinea carry the mummified remains of their dead infants. <em>Current Biology</em>. 20: 351-R352.</p>
<p>[7] McComb, K., Baker, L. Moss, C. 2006. African elephants show high levels of interest in the skulls and ivory of their own species. <em>Biology Letter</em>. 22, 2(1): 26–28.</p>
<p>[8] Parker, L. 2016. <em>Rare Video Shows Elephants ‘Mourning’ Matriarch’s Death</em>. https://news.nationalgeographic.com/2016</p>
<p>/08/elephants-mourning-video-animal-grief/ (accessed; 10 Feb 2018).</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมกลุ่มใบไม้ต้องรณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวให้อาหารสัตว์ป่า?</title>
		<link>https://baimai.org/people/why-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[We are Baimai]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2015 09:24:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติการณ์ 4ม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://baimai.org/?p=796</guid>

					<description><![CDATA[ภาพนักท่องเที่ยวให้อาหารสัตว์ป่า โดยเฉพาะลิง ดูจะเป็นภาพชินตาที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย เช่น เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี รวมทั้งในอุทยานแห่งชาติทางทะเล เช่น หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และในสถานที่ยอดนิยมอย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภาพเหล่านี้ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในสังคมไทย เพราะคนไทยส่วนมากมีความเมตตาต่อสรรพสัตว์อยู่เป็นปกติ ดังที่เราจะเห็นประชาชนไปทำบุญที่วัดโดยการปล่อยนก ปล่อยปลา และสัตว์ต่างๆอยู่เป็นประจำ อีกทั้งการได้ใกล้ชิดสัตว์ป่าก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างประสบการณ์และความประทับใจต่อธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ด้วย แต่หากภาพเหล่านี้เกิดขึ้นผิดที่ผิดทาง เช่นในพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์ โดยผู้ให้ไม่ได้รู้ถึงผลกระทบต่อเนื่องที่ตามมา ดังที่เราจะเห็นได้จากภาพกวางป่าที่หัวมีถุงพลาสติกคล้องอยู่ ภาพสัตว์ป่ามาคุ้ยหาอาหารตามถังขยะหรือนั่งริมถนนรอนักท่องเที่ยวให้อาหาร ภาพนักท่องเที่ยวจับปลาการ์ตูนในทะเลมาถ่ายรูปเหนือน้ำ และภาพลิงถูกรถชนตายริมถนนบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นต้น เจตนาบริสุทธิ์ของผู้ให้จะเหลือไว้เพียงบาปบริสุทธิ์เพียงเพราะความไม่เข้าใจเรื่องระบบนิเวศและพฤติกรรมสัตว์ป่า และกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียวให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในหลายพื้นที่ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอที่จะรองรับภารกิจมากมาย ตั้งแต่จัดการพื้นที่และถิ่นที่อยู่อาศัยสัตว์ป่า การลาดตระเวน การจัดการประชากรสัตว์ป่า การจัดการและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว และการสื่อความหมายธรรมชาติ ต้องคอยตามแก้ไขปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากในประเทศไทย ไม่มีงานวิจัยหรือภาพข่าวเกี่ยวกับปัญหาจากการให้อาหารสัตว์ป่าในพื้นที่ธรรมชาติมากนัก เพราะดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อเทียบกับปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า การล่าสัตว์และลักลอบหาของป่า เช่น ไม้กฤษณา ไม้พะยูง เป็นต้น จึงจะขอยกตัวอย่างปัญหาเป็นประจักษ์พยานในต่างประเทศมาเป็นกรณีศึกษากัน ซึ่งการให้อาหารสัตว์ป่าก่อให้เกิดปัญหาสืบเนื่อง 3 ประเด็นหลัก คือ 1) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยาของสัตว์ป่า 2) ปัญหาสุขภาวะของสัตว์ป่า และ 3) ความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อโรคจากสัตว์ป่าสู่คนและคนไปยังสัตว์ป่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพนักท่องเที่ยวให้อาหารสัตว์ป่า โดยเฉพาะลิง ดูจะเป็นภาพชินตาที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย เช่น เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี รวมทั้งในอุทยานแห่งชาติทางทะเล เช่น หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และในสถานที่ยอดนิยมอย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-797" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-1.jpg" alt="" width="958" height="636" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-1.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-1-300x199.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-1-768x510.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>ภาพเหล่านี้ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในสังคมไทย เพราะคนไทยส่วนมากมีความเมตตาต่อสรรพสัตว์อยู่เป็นปกติ ดังที่เราจะเห็นประชาชนไปทำบุญที่วัดโดยการปล่อยนก ปล่อยปลา และสัตว์ต่างๆอยู่เป็นประจำ อีกทั้งการได้ใกล้ชิดสัตว์ป่าก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างประสบการณ์และความประทับใจต่อธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-798" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-2.jpg" alt="" width="958" height="640" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-2.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-2-300x200.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-2-768x513.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-761" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="796" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3.jpg 1200w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3-300x199.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1024x679.jpg 1024w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3-768x509.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>แต่หากภาพเหล่านี้เกิดขึ้นผิดที่ผิดทาง เช่นในพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์ โดยผู้ให้ไม่ได้รู้ถึงผลกระทบต่อเนื่องที่ตามมา ดังที่เราจะเห็นได้จากภาพกวางป่าที่หัวมีถุงพลาสติกคล้องอยู่ ภาพสัตว์ป่ามาคุ้ยหาอาหารตามถังขยะหรือนั่งริมถนนรอนักท่องเที่ยวให้อาหาร ภาพนักท่องเที่ยวจับปลาการ์ตูนในทะเลมาถ่ายรูปเหนือน้ำ และภาพลิงถูกรถชนตายริมถนนบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นต้น เจตนาบริสุทธิ์ของผู้ให้จะเหลือไว้เพียงบาปบริสุทธิ์เพียงเพราะความไม่เข้าใจเรื่องระบบนิเวศและพฤติกรรมสัตว์ป่า และกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียวให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในหลายพื้นที่ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอที่จะรองรับภารกิจมากมาย ตั้งแต่จัดการพื้นที่และถิ่นที่อยู่อาศัยสัตว์ป่า การลาดตระเวน การจัดการประชากรสัตว์ป่า การจัดการและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว และการสื่อความหมายธรรมชาติ ต้องคอยตามแก้ไขปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ<br />
เนื่องจากในประเทศไทย ไม่มีงานวิจัยหรือภาพข่าวเกี่ยวกับปัญหาจากการให้อาหารสัตว์ป่าในพื้นที่ธรรมชาติมากนัก เพราะดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อเทียบกับปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า การล่าสัตว์และลักลอบหาของป่า เช่น ไม้กฤษณา ไม้พะยูง เป็นต้น จึงจะขอยกตัวอย่างปัญหาเป็นประจักษ์พยานในต่างประเทศมาเป็นกรณีศึกษากัน ซึ่งการให้อาหารสัตว์ป่าก่อให้เกิดปัญหาสืบเนื่อง 3 ประเด็นหลัก คือ</p>
<p>1) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยาของสัตว์ป่า</p>
<p>2) ปัญหาสุขภาวะของสัตว์ป่า และ</p>
<p>3) ความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อโรคจากสัตว์ป่าสู่คนและคนไปยังสัตว์ป่า</p>
<p>ประเด็นแรก การให้อาหารสัตว์ป่า ทำให้สัตว์ป่าเปลี่ยนพฤติกรรมไม่หาอาหารในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ จนค่อย ๆ สูญเสียทักษะการหาอาหารจากธรรมชาติ และจะเฝ้ารอแต่อาหารจากมนุษย์ เพราะสัตว์ป่าได้เรียนรู้ (Learned behavior) แล้วว่าพวกมันสามารถหาอาหารจากคนได้ จึงไม่กลัวคนและเริ่มเข้าหาคน (Habituation) แต่มันก็ยังมีสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่พร้อมจะเป็นผู้ไล่ล่าหาอาหารดังที่หลายคนจะเห็นหรือได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับลิงเขาวัง จังหวัดเพชรบุรีหรือลิงที่พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรีเข้าแย่งของจากมือของนักท่องเที่ยวเพราะคิดว่าเป็นอาหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-799" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-4.jpg" alt="" width="958" height="634" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-4.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-4-300x199.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-4-768x508.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็เช่นกัน การที่นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นมาบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และให้อาหารแก่ลิงซ้ำ ๆ มาไม่ต่ำกว่า 10 ปี จนทำให้ลิงกังปรากฏตัวบนถนนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เห็นผลเสียชัดเจน ทั้งการถูกรถชน การทำร้ายนักท่องเที่ยว หรือการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว แต่ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ลิงเหล่านี้มารอรับอาหารจากคน กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น (Cultural transmission in animals) ทำให้ลิงวัยรุ่นที่เหล่านี้ได้เรียนรู้วิธีขออาหารจากคนและมีโอกาสสูงขึ้นจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว (Food aggression) และอาจทำอันตรายต่อมนุษย์เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารด้วยการขู่ กัด หรือข่วน เป็นต้น</p>
<p>ข้อเท็จจริงนี้ถูกนำเสนอไว้ในงานวิจัยหลายชิ้น ว่าการให้อาหารลิงเป็นตัวกระตุ้น (Stimulus) พฤติกรรมก้าวร้าวของลิงต่อนักท่องเที่ยวใน Mt. Huangshan และ Mt. Emei ประเทศจีน ที่ Sangeh Monkey Forest และ Padangtegal Monkey Forest ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และใน Shou Shan Nature Park ประเทศไต้หวัน นอกจากนี้ยังพบว่าไม่เพียงแต่การให้อาหารลิงจะก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวต่อคนเท่านั้น การที่นักท่องเที่ยวนิยมให้อาหารลูกลิงและลิงวัยรุ่น จะทำให้ลิงรุ่นเยาว์เหล่านี้ถูกคุกคามจากลิงที่มีสถานภาพทางสังคมในฝูงที่สูงกว่าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับลิงญี่ปุ่น (Japanese Monkey) ในอุทยานแห่งชาติ Nikko ประเทศญี่ปุ่น พบว่าการให้อาหารลิงโดยนักท่องเที่ยวมีส่วนทำให้การปรากฏตัวของลิงในแหล่งท่องเที่ยวสูงขึ้น และน่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรลิงในฝูง และยังส่งผลต่อการเพิ่มอัตราการตายและย้ายออกของลิงวัยรุ่นในฝูงเพื่อออกไปหาอาหาร และหากบริเวณที่คนนิยมให้อาหารลิงอยู่ริมถนนด้วยแล้ว โอกาสที่ลิงจะถูกรถชน ก็มีสูงขึ้นเช่นกัน และภาพเหตุการณ์นี้ก็ได้เกิดขึ้นบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-800" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-5.jpg" alt="" width="958" height="636" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-5.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-5-300x199.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-5-768x510.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-801" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-6.jpg" alt="" width="958" height="636" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-6.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-6-300x199.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-6-768x510.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามการยกเลิกการให้อาหารสัตว์ป่าทันทีทันใด(ในบางกรณี) ก็ส่งผลเสียกับสัตว์ป่าที่เคยชินกับการรอรับอาหารและคุ้นเคยกับคน(เช่นสัตว์ป่าในสวนสัตว์ หรือสัตว์ป่าในกรงเลี้ยงที่เตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ) กลายเป็นความเครียดและแสดงออกด้วยพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้น เพราะอาหารที่เคยได้มีน้อยลงพร้อมกับความสามารถในการหาอาหารตามธรรมชาติที่ลดลงนั้นเอง และท้ายสุดแล้วสัตว์ป่าเหล่านั้นอาจจะไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ในสภาพธรรมชาติ กลายเป็นภาระที่คนต้องช่วยดูแลไปตลอด ดังนั้นนักวิจัยจึงแนะนำวิธีการที่น่าจะลดพฤติกรรมก้าวร้าวของลิงที่อาจเป็นอันตรายแก่มนุษย์คือ การจำกัดการให้อาหาร โดยจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลและจัดการของนักวิชาการเท่านั้น ทั้งนี้การรณรงค์ “ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า” ของกลุ่มใบไม้อย่างต่อเนื่องบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหานี้ ในแง่การให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และค่อย ๆ ลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ให้อาหารสัตว์ป่าลงจนนำไปสู่พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและเจ้าของบ้านอย่างสัตว์ป่าอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-802" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-7.jpg" alt="" width="958" height="639" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-7.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-7-300x200.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-7-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>กรณีศึกษาของลิงนั้น อาจจะเป็นภาพที่ดูไม่รุนแรงมากนัก แต่หากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จากการให้อาหารสัตว์ป่านี้ นำไปสู่การสูญเสียบุคคลที่รักหรือชีวิตคนอื่นมันจะกลายเป็นตราบาปติดใจไปตลอดว่าท่านเองก็มีส่วนทำให้มันเกิดขึ้น ตัวอย่างเหตุการณ์เกิดขึ้นในเกาะ Fraser พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติในประเทศออสเตรเลียที่ซึ่งมีความสวยงามและมีโอกาสที่จะพบสุนัข Dingo ได้ไม่ยาก จนกลายเป็นภาพชินตากับการใกล้ชิดกับสัตว์ป่า จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2544 มีข่าวผ่าน CNN ว่า สุนัข dingo 2 ตัว เข้าทำร้ายเด็กชายวัย 9 ขวบจนตาย และกัดน้องชายวัย 7 ขวบบาดเจ็บ ณ จุดท่องเที่ยวที่โด่งดังบนเกาะ Fraser และสุดท้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องตัดสินใจยิงสุนัข Dingo ทั้งสองตัว เพื่อไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่นซ้ำอีก ทั้งนี้ประชาชนในท้องถิ่นเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะนักท่องเที่ยวให้อาหารสัตว์ป่าจนเกิดความเคยชิน (Habituation) จากที่เคยหลบหนีจากคนกลับกลายเป็นไม่กลัวและกล้าเข้าหาคนเพื่อหาอาหาร ยิ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เหตุการณ์สุนัข Dingo จู่โจมเข้าทำร้ายมนุษย์ ก็มีเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน</p>
<p>ประเด็นที่2 ของปัญหาสืบเนื่องจากการให้อาหารสัตว์ป่าที่มักถูกละเลย คือ อาหารที่คนกินนั้นไม่ได้มีสารอาหารที่เหมาะสมกับสัตว์ป่า ตัวอย่างเช่น อาหารที่นักท่องเที่ยวให้กับสัตว์ป่าบนเขาใหญ่พบได้ตั้งแต่ผลไม้ ขนมกรุบกรอบ ไปจนถึงเศษอาหารจากคน อาหารเหล่านี้ไม่ได้เหมาะสมต่อสัตว์ป่าแต่อย่างใด เพราะเป็นอาหารที่ อุดมไปด้วยไขมัน แป้งและน้ำตาลแต่ไม่ได้ให้สารอาหารอื่น ๆ ที่สำคัญต่อสัตว์ป่า และอาจจะส่งผลเสียต่อระบบการย่อยของสัตว์ป่าและสุขภาพในภาพรวมได้ โดยเฉพาะลูกสัตว์หรือสัตว์วัยรุ่น (Young animals and juveniles)</p>
<p>ในต่างประเทศมีงานวิจัยที่สนับสนุนผลเสียจากการให้อาหารสัตว์ป่า เช่น การศึกษาพบว่าปลากระเบนที่อาศัยบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวชุกชุมที่เกาะ Cayman จะมีปัญหาด้านสุขภาพ การสืบพันธุ์ และโอกาสการถ่ายทอดยีนที่ควบคุมลักษณะต่าง ๆ ไปสู่รุ่นลูกหลาน (Fitness) มากกว่าพื้นที่ซึ่งไม่มีนักท่องเที่ยว ส่วนงานวิจัยในประเทศออสเตรเลียสนับสรุปว่าลูกโลมามีอัตราการรอดสูงขึ้นเมื่อลดการให้อาหารโลมาในกิจกรรมท่องเที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-803" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-8.jpg" alt="" width="958" height="719" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-8.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-8-300x225.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-8-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>นอกจากอาหารที่คนให้ไม่เหมาะสมต่อสัตว์ป่าแล้ว ยังพบว่าสัตว์ป่าที่ติดใจในรสชาติอาหารของคน ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะตามกลิ่นอาหารที่คนทิ้งไว้ตามถังขยะและกินเศษขยะเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ และบางตัวก็ตายเพราะเศษขยะพันลำไส้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นจริงแล้วบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกเช่นกันโดยเฉพาะกับนกทะเลกว่า 90% ที่ถูกพบว่ากินพลาสติกขนาดเล็กเข้าไปเพื่อคิดว่าเป็นอาหาร โดยพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุดคือ ตอนล่างของมหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแปซิฟิค และมหาสมุทรแอตแลนติก นั้นหมายถึงว่า สัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ เช่น เต่าทะเล วาฬ โลมา ก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกันกับนกทะเลเหล่านี้ และแม้แต่ในเขตทะเลทรายอย่างในประเทศดูไบก็พบอูฐและ Arabian oryx ตายเพราะกินพลาสติกที่นักเดินทางทิ้งไว้เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-804" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-9.jpg" alt="" width="958" height="641" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-9.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-9-300x201.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-9-768x514.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>ประเด็นที่ 3 คือ การให้อาหารสัตว์ป่ายังเป็นการเพิ่มโอกาสการติดต่อและความใกล้ชิดระหว่างคนกับสัตว์ป่า นั้นหมายถึงการเพิ่มโอกาสถ่ายทอดเชื้อโรคจากมนุษย์สู่สัตว์ป่าและจากสัตว์ป่าสู่คน (Disease transmission) แม้ความจริงข้อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ แต่หากการถ่ายทอดเชื้อโรคจากสัตว์ป่าสู่คน ได้ก้าวไปสู่การถ่ายทอดเชื้อโรคจากคนสู่คนแล้ว การระบาดของโรคสามารถคงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งหรือตลอดไปเช่น ไวรัสเอดส์ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ Type A ไวรัสอีโบล่า และไวรัสซาร์</p>
<p>ปัญหาเรื่องการถ่ายทอดเชื้อโรคระหว่างสัตว์ป่าสู่คนและจากคนสู่สัตว์ป่า เป็นเรื่องที่ควรให้ความสนใจและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และนักท่องเที่ยวต้องรับรู้และตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ด้วย เพราะมีงานวิจัยพบว่าเชื้อโรคในปลากระเบนที่อาศัยในพื้นที่ท่องเที่ยว มีความชุกชุมมากกว่าพื้นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ได้ไปเยี่ยมชม นั้นหมายถึงการสัมผัสหรือใกล้ชิดสัตว์ป่า เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคจากสัตว์ป่าได้ ความน่ากลัวในการถ่ายทอดเชื้อโรค ดูจะน่ากลัวมากขึ้นจากงานวิจัยล่าสุด ที่พบว่าสัตว์ตระกูลลิงในประเทศบังคลาเทศและกัมพูชาเป็นรังของเชื้อแอสโตรไวรัส (Astrovirus) ซึ่งสามารถพบได้ในนกหลายชนิดและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้ง วัว ควาย และคน โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถถ่ายทอดระหว่างสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานการถ่ายทอดสู่คน<br />
แต่หากพิจารณารายงานการติดเชื้อ Marburg virus ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์หนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคอีโบล่าจากลิง African green monkey สู่คนที่สัมผัสกับลิงชนิดนี้ จนมีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศคองโก 10 คน ในปีค.ศ. 1999 แล้ว โอกาสที่เชื้อโรคจากสัตว์ป่าโดยเฉพาะลิงจะถ่ายทอดสู่คนในประเทศไทยก็เป็นไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อโลกของเรากำลังเผชิญปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลให้โอกาสการเกิดโรคอุบัติใหม่ (Emerging disease) และโรคอุบัติซ้ำ (Reemerging disease) เพิ่มสูงขึ้น</p>
<p>จริงอยู่ว่าการให้อาหารสัตว์ป่าไม่ได้มีแต่โทษ เพราะการให้อาหารสัตว์ป่าในฤดูหนาวในประเทศเขตอบอุ่นที่ผืนดินเต็มไปด้วยหิมะและอาหารตามธรรมชาติหายากมาก เป็นการช่วยให้สัตว์ป่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และการจัดการที่เหมาะสม เพราะต้องคำนึงถึงปริมาณและสารอาหารที่เหมาะสมต่อสัตว์ป่า รวมทั้งวิธีการให้อาหารที่จะไม่ทำให้สัตว์ป่าเกิดความคุ้นเคยกับคน จนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์ป่า หรือในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น แคนาดา และแอฟริกา การท่องเที่ยวเพื่อชมสัตว์ป่าได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล อย่างไรก็ตามการให้อาหารสัตว์ป่าเพื่อการท่องเที่ยว ก็ยังเป็นเรื่องที่มีข้อโต้แย้งกันจำนวนมากระหว่างนักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ นักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ว่าเป็นเรื่องที่สมควรสนับสนุนหรือไม่ เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความปลอดภัย และชีวิตของทั้งสัตว์ป่าและคน ฉะนั้นเพื่อการจัดการที่ดีแล้วก็ควรจะต้องระวังระไว (Precautionary principle) ไว้ก่อนที่ปัญหาจะเกิดและบานปลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-805" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-10.jpg" alt="" width="958" height="1005" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-10.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-10-286x300.jpg 286w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/5-10-768x806.jpg 768w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเข้าใจแล้วว่า ทำไมกลุ่มใบไม้ ต้องมาร่วมรณรงค์ปฏิบัติการ 4 ม. และ ม. ที่สำคัญที่สุดคือการไม่ให้อาหารสัตว์ป่า เมื่อรู้เหตุผลที่มาที่ไป เราหวังว่าท่าน จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันขยายความรู้นี้ออกไปให้กับคนใกล้ชิด “ลด ละ เลิก การให้อาหารสัตว์ป่า”</p>
<p>ครั้งหน้าเรามาดูสิว่า การทิ้งขยะ การขับรถเร็ว และการใช้เสียงดังในพื้นที่อนุรักษ์ จะก่อปัญหาอะไรกับมนุษย์ สัตว์ป่า และการอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้บ้าง</p>
<p><strong>บทความ : อ.ดร.จิราภรณ์ เทียมพันธ์พงศ์</strong></p>
<p><strong>References</strong><br />
พรชัย กัณฑ์อุไร.2547.ผลกระทบของการให้อาหารสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรณีศึกษาลิงกัง.<br />
วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.<br />
Bengis, R.G., F.A. Leighton, J.R. Fischer, M. Artois, T. Morner, and C.M. Tate. 2004. The role of<br />
wildlife in emerging and re-emerging zoonoses. Rev. sci. tech. Off. int. Epiz., 2004, 23(2),<br />
497-511.<br />
Burns, G.L. and P. Howard. 2003. When wildlife tourism goes wrong: a case study of stakeholder<br />
and management issues regarding dingoes on Fraser Island, Australia. Tourism Management 24(6): 699-712.<br />
Dubois, S. and D. Fraser. 2013. A Framework to evaluation wildlife feeding in research, wildlife<br />
management, tourism and recreation. Animals 3(4): 978-994.<br />
Engel, G. A., L. Jones-Engel, M. A. Schillaci, K. G. Suaryana,A.Putra and A.Fuentes. 2002. Human<br />
exposure toHerpesvirusB-seropositive macaques, Bali, Indonesia.Emerg.Infect. Dis.8:<br />
789–795.<br />
Fuentes, A. and S. Gamerl. 2005. Disproportionate participation by age/sex classes in aggressive<br />
interactions between long-tailed macaques (Macacafascicularis) and human tourists at<br />
Padangtegal Monkey Forest, Bali, Indonesia. Am.J. Primatol. 66:197–204.<br />
Fuentes, A. 2006. Human culture and monkey behavior: assessing the contexts of potential<br />
pathogen transmissionbetween macaques and humans. 68:880–896.<br />
Fuentes, A., E. Shaw, and J. Cortes. 2007. Qualitative assessmentof macaque tourist sites in<br />
Padangtegal, Bali, Indonesia,and the Upper Rock Nature Reserve, Gibraltar. International<br />
Journal of Primatology 28: 1143 – 1158.<br />
Foroughirad V., J. Mann. 2013. Long-term impacts of fish provisioning on the behavior and<br />
survival of wild bottlenose dolphins. Biological Conservation 160:242–249.<br />
Hsu, M. J., C. C. Kao and G. Agoramoorthy. 2009. Interactionsbetween visitors and Formosan<br />
macaques (Macacacyclopis)at Shou-Shan Nature Park, Taiwan. American Journal of Primatology 71: 214–222<br />
Jones-Engel, L. G., A. Engel, J.Heidrich, M.Chalise, N. Poudel, R. Viscidi, P.A. Barry, J.S. Allan,<br />
R. Grant, and R. Kyes. 2006. Temple monkeys and health implications of commensalisms, Kathmandu, Nepal. Emerging Infectious Disease 12:900–906.<br />
Karlsson, E.A., C.T. Small, P. Freiden, M.M. Feeroz, F.A. Matsen IV, S. Sorn, M.K. Hasan, D. Wang,<br />
L. Jones-Engel, and S. Schultz-Cherry. 2015. Non-human primatesharbor diverse<br />
mammalian and avian Astroviruses including those associated with human infections.<br />
PLOS Pathogen. DOI: 10.1371/journal.ppat.1005225.<br />
Koganezawa, M. and H. Imaki. 1999. The effects of food sources on Japanese Monkey home<br />
range size and location, and population dynamics. Primates 40(1): 177-185.<br />
Marion J., R. Dvorak R.R.E. Manning. 2008. Wildlife feeding in parks: methods for monitoring the<br />
effectiveness of educational interventions and wildlife food attraction behaviors. Hum.<br />
Dimens. Wildl: 13:429–442.<br />
Ruesto, L.A., L.K. Sheeran, M.D., Matheson, J-H. Li, and S. Wagner. 2010. Tourist behavior and<br />
decibel levels correlate with threat frequency in Tibetan Macaques (Macacathibetana)<br />
at Mt. Huangshan, China. Primate Conservation 25: 99-104.<br />
SemeniukC.A.D., S. Bourgeon, S.L. Smith, K.D., Rothley. 2009. Hematological differences<br />
between stingrays at tourist and non-visited sites suggest physiological costs of wildlife<br />
tourism. Biological Conservation 42:1818–1829.</p>
<p>Zhao Q. and Z. Deng 1988. Ranging behavior of Macacathibetanaat Mt. Emei, China.<br />
International Journal of Primatology 9: 37-47.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะในมือคุณ ทำร้ายสัตว์ป่า</title>
		<link>https://baimai.org/people/garbage-damage/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[We are Baimai]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Sep 2012 13:51:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติการณ์ 4ม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://baimai.org/?p=819</guid>

					<description><![CDATA[ผมยังจำเหตุการณ์ร้ายๆ ได้ดี ก่อนที่ผมจะเสียแม่ที่ผมรักไป แม่ที่คอยพาผมหากินในป่า ระแวงภัยจากพี่หมาในฝูงใหญ่ หรือน้าเสือดาว ลุงเสือโคร่งจอมเก๋าทั้งหลายวันนั้น เป็นเวลาเย็น แสงแดดอ่อนแรง แม่พาผมออกหากินหญ้าบริเวณใกล้ลานกางเตนท์ แม่พบกระป๋องสีออกแดงๆ วางอยู่ แม่ได้กลิ่นเศษอาหารและพยายามเลียกินเศษอาหารข้างใน ใช้เท้าเขี่ยไปเขี่ยมา แล้วเท้าของแม่ พลาดไปเหยียบกระป๋องเข้าสวมเอาที่ข้อเท้า หลายวันเข้าข้อเท้าของแม่เป็นแผลบาดลึก ร่างกายของแม่ซูบผอมลงเรื่อยๆ ด้วยหากินอาหารได้ลำบาก ตาแม่ฉ่ำไปด้วยน้ำตา แม่คงเจ็บทรมานมาก จนวันหนึ่งกลุ่มคนหลายคน ที่แต่งตัวกันในชุดลายพรางสีเข้ม เรียกตัวเองว่า “เจ้าหน้าที่ป่าไม้” มาพร้อมกับชายอีกคนที่ถือกระเป๋าสีดำใบโต ในนั้นมีอุปกรณ์มากมายที่ผมไม่รู้จัก รวมทั้งยาที่ใช้รักษาแม่ด้วย “ป่าไม้” เรียกชายคนนั้นว่า “หมอ” พี่หมอ–สัตวแพทย์ เขาบอกกับพี่ป่าไม้ว่า ต้องช่วยเอากระป๋องปลากระป๋องที่ติดข้อเท้าแม่ออกก่อน ลมหายใจของแม่โรยริน ดวงตาของแม่โรยแรง ขณะทำแผลช่วยชีวิตแม่ ผมจำได้ว่า คุณหมอส่ายหัวไปบ่นไปว่า “นักท่องเที่ยวเขาจะรู้บ้างไหม ขยะที่พวกเขาไม่ยอมทิ้งลงในถังขยะ มันทำร้ายสัตว์ป่าขนาดไหน?” หลังจากวันนั้น ผมกลายเป็นลูกกวางกำพร้า แม่ได้จากผมไปเสียแล้ว ก่อนตาย ข้อเท้าของแม่ขาด พี่หมอบอกพี่ป่าไม้ว่า “เราช่วยเขาไม่ทันแล้ว” “แผลติดเชื้อเรื้อรัง อย่างรุนแรง” พี่หมอหันมามองผม แล้วหันไปหาพี่ป่าไม้ พร้อมพูดว่า “คงต้องเป็นแม่บุญธรรมให้เจ้าตัวเล็กนี้แล้ว” จนวันนี้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="content-col" class="col-md-12">
<article class="post-content">
<div class="page-content">
<p>ผมยังจำเหตุการณ์ร้ายๆ ได้ดี ก่อนที่ผมจะเสียแม่ที่ผมรักไป แม่ที่คอยพาผมหากินในป่า ระแวงภัยจากพี่หมาในฝูงใหญ่ หรือน้าเสือดาว ลุงเสือโคร่งจอมเก๋าทั้งหลายวันนั้น เป็นเวลาเย็น แสงแดดอ่อนแรง แม่พาผมออกหากินหญ้าบริเวณใกล้ลานกางเตนท์ แม่พบกระป๋องสีออกแดงๆ วางอยู่ แม่ได้กลิ่นเศษอาหารและพยายามเลียกินเศษอาหารข้างใน ใช้เท้าเขี่ยไปเขี่ยมา แล้วเท้าของแม่ พลาดไปเหยียบกระป๋องเข้าสวมเอาที่ข้อเท้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-820" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/8-1.jpg" alt="" width="958" height="1920" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/8-1.jpg 958w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/8-1-150x300.jpg 150w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/8-1-511x1024.jpg 511w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/8-1-768x1539.jpg 768w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/8-1-766x1536.jpg 766w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></p>
<p>หลายวันเข้าข้อเท้าของแม่เป็นแผลบาดลึก ร่างกายของแม่ซูบผอมลงเรื่อยๆ ด้วยหากินอาหารได้ลำบาก ตาแม่ฉ่ำไปด้วยน้ำตา แม่คงเจ็บทรมานมาก</p>
<p>จนวันหนึ่งกลุ่มคนหลายคน ที่แต่งตัวกันในชุดลายพรางสีเข้ม เรียกตัวเองว่า “เจ้าหน้าที่ป่าไม้” มาพร้อมกับชายอีกคนที่ถือกระเป๋าสีดำใบโต ในนั้นมีอุปกรณ์มากมายที่ผมไม่รู้จัก รวมทั้งยาที่ใช้รักษาแม่ด้วย “ป่าไม้” เรียกชายคนนั้นว่า “หมอ”</p>
<p>พี่หมอ–สัตวแพทย์ เขาบอกกับพี่ป่าไม้ว่า ต้องช่วยเอากระป๋องปลากระป๋องที่ติดข้อเท้าแม่ออกก่อน ลมหายใจของแม่โรยริน ดวงตาของแม่โรยแรง ขณะทำแผลช่วยชีวิตแม่ ผมจำได้ว่า คุณหมอส่ายหัวไปบ่นไปว่า</p>
<p><strong>“นักท่องเที่ยวเขาจะรู้บ้างไหม ขยะที่พวกเขาไม่ยอมทิ้งลงในถังขยะ มันทำร้ายสัตว์ป่าขนาดไหน?”</strong></p>
<p>หลังจากวันนั้น ผมกลายเป็นลูกกวางกำพร้า แม่ได้จากผมไปเสียแล้ว ก่อนตาย ข้อเท้าของแม่ขาด พี่หมอบอกพี่ป่าไม้ว่า</p>
<p>“เราช่วยเขาไม่ทันแล้ว”</p>
<p>“แผลติดเชื้อเรื้อรัง อย่างรุนแรง”</p>
<p>พี่หมอหันมามองผม แล้วหันไปหาพี่ป่าไม้ พร้อมพูดว่า</p>
<p>“คงต้องเป็นแม่บุญธรรมให้เจ้าตัวเล็กนี้แล้ว”</p>
<p>จนวันนี้ ผมกลายเป็น “กวางหน่วยฯ” หรือฝ่ายประชาสัมพันธ์ พนักงานต้อนรับ ฯลฯ ตามแต่ใครจะตั้งชื่อหรือเรียกให้เป็น เพราะผมเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงมีพี่ป่าไม้คอยดูแล หากินอยู่ใกล้หน่วยฯ หรือบ้านพักของเจ้าหน้าที่</p>
<p>“เธอดูนั่นสิ กวางตัวโตเชียว มานี่สิ มากินขนมกัน”</p>
<p>สาวหน้าขาวแอ๊บแบ๊วนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น เรียกผมเข้าไปหา ดึงดูดด้วยกลิ่นของขนมอันน่ากินเป็นที่สุด เคี้ยวถุงขนมเหนียวนุ่มไม่รู้เบื่อ</p>
<p>หากถามผมว่า กินเศษอาหารที่นักท่องเที่ยวให้มานานหรือยัง? ผมเริ่มกินมาตั้งแต่ตอนกำพร้าแม่ใหม่ๆ แล้ว เพราะจะให้ผมไปผจญภัยในป่า คงจะไม่รอดปากน้าเสือแน่ๆ เลยอาศัยอยู่ใกล้คนดีกว่า ปลอดภัยหายห่วง แถมของกินเยอะแยะ ไม่ต้องออกแรงหากินเอง เหมือนพี่ๆ กวาง เก้งตัวอื่นในป่า มีนักท่องเที่ยวเอ็นดู โยนเศษอาหารให้กิน วันไหนมีนักท่องเที่ยวน้อย ผมก็ยังหาของอร่อยได้จากแถวๆ กองขยะ หรือแถวข้างๆ ลานกางเตนท์ที่นักท่องเที่ยวทิ้งขยะไว้ทั่ว</p>
<p>นอกจากผมที่ติดใจรสชาติอาหารจากท่องเที่ยวแล้ว ยังมีน้องๆ แก๊งค์ลิงกังทั้งหลายอีก ผมมักเห็นพวกเขายกฝูงทั้งลูกเด็กเล็กแดง มารอเศษอาหารข้างถนน นึกไปถึงเมื่อก่อน</p>
<p>ตอนแม่ผมยังอยู่ จำได้เลือนๆ ว่า คุณลุง คุณป้าลิงกัง พ่อแม่ของแก๊งค์น้องๆ ลิงกังพวกนี้ ไม่ออกมารอขอเศษอาหารข้างทางอย่างนี้หรอก เพราะพวกเขาต้องหากินผลไม้ในป่า พวกเขาปีนป่ายได้เก่ง ขย่มลูกไม้ให้กวาง เก้งอย่างเราๆ ได้ลิ้มรสบ้าง เพราะไม่มีปัญหาห้อยโหนได้อย่างเจ้าจ๋อ</p>
<p>เคยได้ยินพี่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ บอกกับน้องๆ เยาวชนนักเรียนที่มาเข้าค่ายฯ เหมือนกันว่า</p>
<p>“น้องๆ ลิงกังทั้งหลายมีหน้าที่กระจายเมล็ดพรรณไม้ที่มันกิน ไปปลูกยังที่อื่นทั่วป่า แต่ถ้าลิงกังทั้งป่ามานั่งขอทาน ขอเศษอาหารข้างถนนอย่างนี้ ใครจะทำหน้าที่เหล่านั้น?” ผมนั่งฟังก็นึกสงสัยอยู่ในใจว่า แล้วพี่ๆ ตัวอื่น อย่างคุณอานกเงือก ลุงกระทิง ลุงช้างล่ะ เขาไม่ทำหน้าที่ปลูกต้นไม้ในป่าหรอกเหรอ?</p>
<p>จะตะโกนออกไปถาม นึกได้ว่า ไม่มีใครเข้าใจภาษากวางนี่น่า พอดีมีน้องนักเรียนสงสัย ถามอย่างที่ผมสงสัย พี่ป่าไม้ที่ยืนอยู่ด้านหน้า ก็ร้องอ๋อ! ออกมาทันที พร้อมเล่าให้ฟังว่า</p>
<p>“สัตว์แต่ละชนิดในป่าจะเลือกกินอาหารที่ต่างกันออกไปครับ เพื่อไม่แก่งแย่งอาหารกัน เช่น นกเงือกอาจกินลูกไม้ที่เล็กกว่าลิงกังกิน แถมแต่ละตัว ก็มีกำลังความสามารถพาลูกไม้ ไปปลูกได้ใกล้-ไกลต่างกัน อย่างพี่ใหญ่–ช้างป่า ก็ไปได้ไกลสุด ส่วนเก้ง กวางจะพาไปปลูกได้ไม่ไกลเท่า”</p>
<p>อ๋อ! มีอีกเรื่องที่ผมอยากรู้ ทำไม พี่ๆ ป่าไม้ที่ผมใกล้ชิดด้วยหลายคน พวกเขามักไล่ไม่ยอมให้ผมกินอาหารของนักท่องเที่ยว คุ้ยเขี่ยเอาจากกองขยะ แล้วก็ชอบเรียกผมว่า “ไอ้กวางนิสัยเสีย” ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เพราะอะไร? แต่ผมก็คงต้องหากินเศษอาหารต่อไป หากินได้ง่าย แถมนักท่องเที่ยวเอ็นดูเรา ต่อให้มีป้ายบอก</p>
<p><strong>“ห้ามนักท่องเที่ยวให้อาหารสัตว์ป่า”</strong></p>
<p>ผมไม่เห็นจะไม่มีใครเชื่อเลย บางครั้ง ผมยังกินอาหารที่นักท่องเที่ยวยื่นให้แถวข้างๆ ป้ายเลย</p>
<p>แม้อยู่ใกล้กับคน ฝูงหมาในไม่มาตอแย แต่ผมก็ต้องระวังตัวเสียหน่อย เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ภาพสลดหดหู่ใจยังตามวนเวียนในหัวผม แก๊งเจ้าลิงกังฝูงเดิม ที่มารอเศษอาหารอยู่ข้างถนน ลูกลิงเด็กน้อย สมาชิกฝูงของพวกมันตัวหนึ่ง ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะนักท่องเที่ยวตีนผีแท้ๆ ขอร้องกันเถอะ ถ้ายังขับรถเร็วเช่นเดียวกับขับตามถนนในเมือง หากสัตว์ป่าวิ่งตัดหน้าข้ามถนน คุณจะชะลอรถทันไหม?</p>
<p>รถของนักท่องเที่ยว เร่งทะยานผ่านไป ทิ้งไว้เพียงซากอันน่าเวทนาของสัตว์ป่า ดวงตาของมันถลนออกมา ร่างยับเหยินบนกองเลือดเต็มพื้นบริเวณนั้น แม่ลิงและเพื่อนๆ ที่เคยเล่นกับมัน ไม่รู้หรอกว่า เจ้าจ๋อน้อยได้จากไปแล้ว ยังคงปลุกเพื่อนให้ลุกมาวิ่งเล่น แม่ยังสะกิดลูกให้ตื่นขึ้นมาไปหาอาหารด้วยกัน แม่ของเจ้าจ๋อไม่รู้เลยว่า ลูกของเธอตายไปแล้ว ยังนั่งรอลูกตื่นขึ้นมาอยู่อย่างนั้น</p>
<p>จนมาถึงวันนี้ ผมรู้สึกหายใจไม่สะดวกเลย แน่นหน้าอก เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่าง มาอุดตันอยู่ในลำคอ น้ำลายไหลยืดออกมา ปวดท้องอย่างรุนแรง ผมอ่อนแรงลงมาก เพราะกินอาหารไม่ได้มาหลายวันแล้ว กินอะไรเข้าไป ก็พาสำรอกออกมาหมด  พี่ป่าไม้มาเห็นเข้า ก็รีบโทรตามพี่หมอ–สัตวแพทย์มาดูอาการ พี่หมอบอกว่า คงช่วยอะไรผมไม่ทันแล้ว ลมหายใจผมแผ่วลงทุกที…</p>
<p>ในภาพที่เลือนราง ภาพของแม่ที่จากไปเพราะกระป๋องปลากระป๋องครอบข้อเท้าจนตาย ภาพของตัวผมเองกินเศษอาหาร แล้วเผลอกินเอาถุงพลาสติกเข้าไปด้วย ได้ยินพี่หมอพูดกับพี่ป่าไม้ว่า</p>
<p><strong>“นักท่องเที่ยวจะรู้สึกอย่างไร ถ้าได้รู้ว่า ขยะในมือเขา ที่ทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง ฆ่าสัตว์ป่ามามากแล้ว”</strong></p>
<p>***คงไม่มีใครอยากเป็นผู้ร้ายต่อสัตว์ป่าโดยไม่รู้ตัว ช่วยกันเถอะครับ ขยะในมือเรา ทิ้งให้ถูกที่ถูกทาง ตามที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ เชื่อว่า ผมและคุณ ต่างไม่อยากเห็นภาพซากกวางที่ผ่าท้องออกมา หาสาเหตุการตาย แล้วพบถุงพลาสติกจำนวนมาก อัดแน่นเป็นก้อน เต็มอยู่ในกระเพาะอาหารของมัน ไม่อยากเห็นสัตว์ป่าถูกกระป๋องครอบหรือเศษแก้วบาดเท้า แล้วทำร้ายสัตว์ป่าจนตายหรือพิการอีก <strong>คำตอบอยู่ที่ทุกคนแล้วครับ</strong>”</p>
<p><strong><em>————————————– เรื่อง: อุเทน ภุมรินทร์ ภาพ: กุลพัฒน์ ศรลัมภ์</em></strong></p>
</div>
<div class="page-content"></div>
</article>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผมเห็นลิงบนเขาใหญ่…ผมเจอลิงถูกรถชน</title>
		<link>https://baimai.org/people/monkey-accident-khaoyai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[We are Baimai]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 08:41:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติการณ์ 4ม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://baimai.org/?p=758</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อพูดถึงธรรมชาติที่งดงาม ภูเขา น้ำตก สัตว์ป่า เชื่อเลยว่าสถานที่แห่งแรกๆที่เราจะนึกถึงก็น่าจะไม่พ้น “เขาใหญ่” หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แห่งผืนป่าดงพญาเย็น สถานที่ที่ไม่ไกลจากเมืองหลวง ผ่านทั้งร้านเสต็กสุดอร่อย ฟาร์มโคนมสุดสวย รีสอร์ทสุดหรู ไร่องุ่นหอมหวาน และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆมากมายให้ได้แวะ สัมผัส หรือถ่ายรูปลงเฟสบุ๊ค แต่ถ้าใครได้ขึ้นมาสัมผัส“เขาใหญ่” จริงๆ!!! ความรู้สึกมันคงจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ ลองตัดรีสอร์ท ไร่องุ่น ฟาร์มโคนม ร้านเสต็ก ตัดออกไป แล้วมาให้ถึง “เขาใหญ่” เข้าให้ถึง “เขาใหญ่”มองให้เห็น”เขาใหญ่” ผมเองมีโอกาสได้ขึ้นเขาใหญ่ตั้งแต่เด็กจนโต ผมเห็นช้างป่าโขลงใหญ่กินดินโป่ง เห็นกวางป่ากำลังเล็มหญ้าระบัด เห็นนกเงือกกามช้างบินเหนือยอดเขาที่ผาเดียวดาย เห็นหมาที่เหน็ดเหนื่อยกับการล่าเหยื่อมาทั้งคืน เห็นต้นมะม่วงใหญ่ยืนต้นตระหง่าน เห็นผาเดียวดายที่ยังคงความเดียวดาย เห็นเหวนรกที่ยิ่งใหญ่ และอีกหลายสิ่งอย่างที่งดงาม และทรงคุณค่า แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นคือ “ลิงเขาใหญ่ กำลังเดือดร้อน” ลิงกัง หรือ Pig-Tailed Macaque เป็นลิงที่พบมากบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมักจะพบเห็นฝูงลิงออกมาหากินบริเวณริมถนนธนะรัชต์ และออกมาคุ้ยหาขยะตามถังขยะ บ้านพัก ร้านอาหาร ตามแต่คนมักง่าย ว่าจะทิ้งขยะเรี่ยราดไว้ตรงไหน มีหลายคนบอกว่าลิงบนเขาใหญ่เป็นลิงนิสัยเสีย ปีละหลายสิบครั้งที่ผมมีโอกาสได้ขึ้นเขาใหญ่ทั้งไปทำกิจกรรม ไปรณรงค์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงธรรมชาติที่งดงาม ภูเขา น้ำตก สัตว์ป่า เชื่อเลยว่าสถานที่แห่งแรกๆที่เราจะนึกถึงก็น่าจะไม่พ้น “เขาใหญ่” หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แห่งผืนป่าดงพญาเย็น สถานที่ที่ไม่ไกลจากเมืองหลวง ผ่านทั้งร้านเสต็กสุดอร่อย ฟาร์มโคนมสุดสวย รีสอร์ทสุดหรู ไร่องุ่นหอมหวาน และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆมากมายให้ได้แวะ สัมผัส หรือถ่ายรูปลงเฟสบุ๊ค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-759 size-full" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-1.jpg" alt="" width="940" height="540" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-1.jpg 940w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-1-300x172.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-1-768x441.jpg 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>แต่ถ้าใครได้ขึ้นมาสัมผัส“เขาใหญ่” จริงๆ!!! ความรู้สึกมันคงจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ ลองตัดรีสอร์ท ไร่องุ่น ฟาร์มโคนม ร้านเสต็ก ตัดออกไป แล้วมาให้ถึง “เขาใหญ่” เข้าให้ถึง “เขาใหญ่”มองให้เห็น”เขาใหญ่”</p>
<p>ผมเองมีโอกาสได้ขึ้นเขาใหญ่ตั้งแต่เด็กจนโต ผมเห็นช้างป่าโขลงใหญ่กินดินโป่ง เห็นกวางป่ากำลังเล็มหญ้าระบัด เห็นนกเงือกกามช้างบินเหนือยอดเขาที่ผาเดียวดาย เห็นหมาที่เหน็ดเหนื่อยกับการล่าเหยื่อมาทั้งคืน เห็นต้นมะม่วงใหญ่ยืนต้นตระหง่าน เห็นผาเดียวดายที่ยังคงความเดียวดาย เห็นเหวนรกที่ยิ่งใหญ่ และอีกหลายสิ่งอย่างที่งดงาม และทรงคุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-760 size-full" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-2.jpg" alt="" width="1200" height="796" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-2.jpg 1200w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-2-300x199.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-2-1024x679.jpg 1024w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-2-768x509.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นคือ “ลิงเขาใหญ่ กำลังเดือดร้อน” ลิงกัง หรือ Pig-Tailed Macaque เป็นลิงที่พบมากบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมักจะพบเห็นฝูงลิงออกมาหากินบริเวณริมถนนธนะรัชต์ และออกมาคุ้ยหาขยะตามถังขยะ บ้านพัก ร้านอาหาร ตามแต่คนมักง่าย ว่าจะทิ้งขยะเรี่ยราดไว้ตรงไหน<br />
มีหลายคนบอกว่าลิงบนเขาใหญ่เป็นลิงนิสัยเสีย ปีละหลายสิบครั้งที่ผมมีโอกาสได้ขึ้นเขาใหญ่ทั้งไปทำกิจกรรม ไปรณรงค์ ไปทำค่าย ไปเที่ยว และทุกครั้งที่ขึ้นไป ก็มักจะเห็น นักท่องเที่ยวให้อาหารลิงและสัตว์ป่า บ้างให้ขนมอบกรอบน่ากิน บ้างให้ผลไม้ผิวสวยราคาสูง บ้างให้กินน้ำอัดลมสุดซ่า หรือบางคน ถึงกับเหมากล้วยขึ้นมาเป็นเครือๆ ก็กะจะเอามาเผื่อลิงค่างบ่างชนี</p>
<p>คิดว่าเป็นการทำบุญ! แท้จริงคือทำบาป! นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าการให้อาหารลิงและสัตว์ป่าคือการทำบุญ แต่ความจริงแล้วคือการทำบาป เรากำลังทำร้ายสัตว์ป่าโดยไม่รู้ตัว มันทำให้เขาเสียนิสัย หากินตามธรรมชาติไม่เป็น บางครั้งท้องเสียท้องอืด จากการกินสิ่งแปลกปลอม โรคระบาดจากคนและสัตว์เลี้ยง อุบัติเหตุจากรถ ในแต่ละปีมีลิงและสัตว์ป่าจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการใช้รถใช้ถนน บ้างบาดเจ็บ บ้างพิการ แขนหัก ขาหัก ตาบอด หางขาด หรือแม้กระทั่งตายทั้งๆที่มีลูกอยู่ในท้อง สาเหตุทั้งหมดก็คงจะมาจากการรู้เท่าไม่ถึงการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-761" src="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="796" srcset="https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3.jpg 1200w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3-300x199.jpg 300w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1024x679.jpg 1024w, https://baimai.org/wp-content/uploads/2024/06/1-3-768x509.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>ปีที่แล้วขณะที่พวกเรากำลังรณรงค์ งดให้อาหารลิงเขาใหญ่ รถคันหนึ่งขับมาพร้อมกับเปิดกระจดก โยนส้ม กล้วย ออกมาจากรถเพื่อให้ลิงวิ่งตามและถ่ายรูป จากนั้นเขาก็ขับรถไป ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าลิงกังตัวนั้นก็ไม่สนใจอะไรนอกจากรีบเก็บกินสื่งเหล่านั้นที่หล่นอยู่บนพื้นถนน &gt;&gt;&gt; รถอีกคันหนึ่งที่วิ่งตามมาด้วยความเร็วสูง สูงจนไม่เห็นธรรมชาติข้างทาง สูงจนไม่ได้สนใจว่าจะมีอะไรอยู่บนถนน รถคันนั้นชนเจ้าลิงกังตัวน้อยจนร่างกระเด็น กระโหลกแตก เลือดไหลนองเต็มพื้นถนน เจ้าลิงกังตัวอื่นรีบวิ่งเข้ามาดึง ดม เขย่าร่างลิงน้อยที่ไร้วิญญาณ มันพากันดึงลิงน้อยเข้าไปข้างทางพร้อมกับเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง…</p>
<p>ในปากลิงน้อยตัวนั้น เต็มไปด้วยเปลือกส้มผิวมันชั้นดี เต็มไปด้วยเปลือกกล้วยผิวเนียนไร้แมลง เต็มไปด้วยสิ่งที่มาจากคนเมือง…<br />
ถึงเวลาแล้วหรือยัง…ที่ต้องทำอะไรสักอย่าง</p>
<p><strong>เก่ง กลุ่มใบไม้</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
